ข่าวที่น่าสนใจวันนี้เกี่ยวกับที่ 2 ผัวเมียโดนโกงค่าแรงงาน

เมื่อวันที่ 16 กพ ที่ผ่านมานี้มีผู้สื่อข่าวสำนักหนึ่งได้ลงหัวข้อข่าวเกี่ยวกับมี 2 ผัวเมียโดนโกงค่าแรง และพวกเขานั้นก็ได้เดินทางด้วยเท้าเปล่าจากโคราชไปชลบุรี เป็นเวลา 4 วันด้วยกัน โดยทางผู้สื่อขาวนั้นเขาได้รับแจ้งเรื่องราวนี้โดยมีเนื้อหาว่ามีเหล่าชาวบ้านนั้นพวกเขาได้พบกับหนุ่มสาวที่เป็นชาวบ้านเดินทางเท้าและก็ค่อยๆเดินก้มหน้าก้มตากันตามถนน โดยเดินทางผ่านเส้นทางกบินทร์บุรี – ศรีมหาโพธิ นั่นเอง พวกเขานั้นเดินทางด้วยเวลาที่แดดร้อนจัดๆ แสงแดดแรงๆ จนพวกเขาออ่อนแรง เหงื่อของพวกเขานั้นถือได้ว่าเปียกโซกก็ว่าได้ และมีผู้ที่พบเห็นจึงได้ทราบเรื่องราวว่า สามีนั้นได้งานที่หนึ่งและได้นำภรรยาของตนไปทำงานด้วยซึ่งงานที่ได้ทำนั้นเป็นงานรับเหมาที่ไม่ใช่งานใหญ่นักเขานั้นพากันไปทำกับเพื่อนๆประมาณ สี่ถึงห้าคน โดยพากันเดินทางไปทำงานที่ว่ามานี้ที่โคราช โดยการที่นายจ้างนั้นให้ยืมเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นการนำไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆในการซ่อมแซมบ้านหลังนั้น โดยนายจ้างอ้างมาตลอดว่าเงินขิงตนนั้นยังไม่พอจ่าย ซึ่งพอได้ระยะเวลาสักพักหนึ่งนายจ้างก็ไก้แอบหนีไปทิ้งเหล่ลูกน้องที่ทำงานให้อยู่กันเพียงลำพัง

หลังจากนั้นพวกลูกน้องที่อยู่ที่นั้นจึงไปดูที่ห้องของนายจ้างปรากฏว่านายจ้างได้หนีไปเสียแล้ว ดังนั้นตนและเพื่อนๆที่ร่วมกันทำงานจึงได้ปรึกษากันว่าจะกลับ หลังจากนั้นก็แยกทางกันกลับบ้าน และนั้นจึงเป็นสาเหตุที่สองผัวเมียนี้ได้เดินทางเท้าเพื่อกลับบ้าน สองผัวเมียยังเล่าต่ออีกว่าพวกเขานั้นได้เดินทางมาประมาณสี่วันได้แล้ว ไม่มีรถคันไหนจอดรับหรือจอดถามแม้แต่น้อย และเมื่อพวกเขานั้นหิวก็จะหามะขามข้างถนนเก็บกินเพื่อเป็นการประทังชีวิตของพวกเขาบางครั้งก็เด็ดกระถินข้างถนนเอา จะมีบางครั้งนะที่ได้ขออาหารของชาวบ้าน หรืออาหารของพระที่พระนั้นได้ไปบิณฑบาตรเพื่อเป็นการแก้การหิวไปเป็นมื้อๆ ส่วนใหญ่จะนั่งพักตามศาลาข้างถนน เพราะนอกจากจะพักกินแล้วยังเป็นการพักแข้งขาให้มันมีแรงเดินได้อีกด้วย

มีชางบ้านบางคนที่เขานั้นเห็นเขาก็จะให้ข้าวกิน หลังจากที่ทำการเล่าเรื่องราวกันจนเสร็จแล้ว นักข่าวก็ได้ให้เงินแก่สองผัวเมียเพื่อเป็นค่ารถและกระทำการส่งขึ้นรถประจำทางในเวลาต่อมา ซึ่งก่อนจะไปเขาบอกถึงเรื่องเงินที่อยู่กับนายจ้างว่าเขานั้นจะไม่ทวงหรือถามเอาเงินเหล่านั้นคืนหรอก เพราะคิดว่าถวงไปก็คงไม่ได้อยู่ดี